Archive for the 'สุขภาพ' Category

สูตรหุ่นสวยด้วยออร์แกนิก

Tuesday, July 27th, 2010

สูตรหุ่นสวยด้วยออร์แกนิก

อาหารเพื่อสุขภาพ

สูตรหุ่นสวยด้วยออร์แกนิก (Woman Plus)
โดย supermoon

          เลือกวัตถุดิบ อาหาร ที่ทำมาจากผลผลิตทางการเกษตรที่ปราศจากสารเคมี และวัตถุสังเคราะห์อย่างอาหารออร์แกนิก ช่วยให้คุณสาว ๆ มีสุขภาพและรูปร่างที่ดี เพราะร่างกายสามารถเผาผลาญของเสียออกไปได้ จึงไม่เกิดการสะสมในร่างกาย
 
ซื้อตามฤดูกาล

          การเลือกซื้อผัก ผลไม้ตามฤดูกาลทำให้ได้อาหารที่มีความสด ใหม่ และมากด้วยคุณค่าที่จำเป็นสำหรับร่างกายในการบำรุงผิวพรรณให้สดใส นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเกษตรกรให้มีรายได้อีกด้วย
 
กินหลากหลาย

          เพราะอาหารแต่ละประเภทให้ประโยชน์ที่ต่างกัน ดังนั้นร่างกายจึงต้องได้รับสารอาหารที่หลากหลายเช่นกัน และใช่ว่าอาหารออร์แกนิกจะมีแค่ผัก ผลไม้ให้สาว ๆ เลือกกินเท่านั้น สำหรับคนที่ชอบกินเนื้อสัตว์แต่กลัวอ้วน สามารถเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่มาจากฟาร์มออร์แกนิก รับรองว่าไม่มีไขมันสะสมอย่างแน่นอน
 
เปลี่ยนพฤติกรรม

          รู้หรือไม่ว่า ฟาร์มออร์แกนิกมีความแตกต่างจากฟาร์มทั่ว ๆ ไป เนื่องจากได้รับการออกแบบที่ช่วยรักษาสภาพแวดล้อม และความสมดุลของธรรมชาติ เพราะปราศจากสารเคมี จึงไม่ทำลายแหล่งน้ำ และสภาพดินให้เน่าเสีย ฉะนั้นทางที่ดีสาว ๆ ทั้งหลายควรเปลี่ยนมาบริโภคอาหารจากฟาร์มออร์แกนิกกันดีกว่าค่ะ

          สาว WP คนไหนอยากช่วยลดโลกร้อน ลองเปลี่ยนพฤติกรรมหันมารับประทานอาหารออร์แกนิกดูนะคะ นอกจากจะมีรูปร่างที่ดีแล้ว การซื้อผลผลิตประเภทออร์แกนิกจากเกษตรกร ยังช่วยลดการสูญเสียพลังงานในการขน ส่งออกนอกประเทศได้อีกด้วย
 

 โดย kapook.com

น้ำใบบัวบก ลดริ้วรอย

Tuesday, July 27th, 2010

น้ำใบบัวบก ลดริ้วรอย

ดื่ม

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 

           อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่า… น้ำใบบัวบก มีประโยชน์มากมายกับร่างกายเรา มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตา และมีแคลเซียมสูง มีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด ช่วยแก้ช้ำใน ทำให้หายฟกช้ำได้ดี ลดอาการปวดศรีษะข้างเดียว บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลียเมื่อยล้า แก้ความดันโลหิตสูง 

           นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็ง ลดการอักเสบและรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยในการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดแข็งตัวเร็ว และช่วยขับปัสสาวะ (ว้าว… ประโยชน์เยอะจริง ๆ เลยนะคะ)

           แต่… ใครจะรู้บ้างว่า น้ำใบบัวบก ยังสามารถลดริ้วรอยบนใบหน้าของสาว ๆ ได้ดีอีกด้วย วันนี้เราจะพาไปดูวิธีทำง่าย ๆ กัน…

           นำใบบัวบกที่เตรียมไว้มาล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาปั่นให้ละเอียด จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำของมัน พอได้น้ำใบบัวบกสด ๆ มาแล้ว ใช้สำลีชุบน้ำใบบัวบกมาทาให้ทั่วใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด อย่างไรก็ตาม คุณสาว ๆ สามารถทำสูตรนี้ใช้ได้ทุกวัน หรือตามสะดวก จะช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าของคุณให้จางลงได้ค่ะ

           เป็นไง… วิธีทำนั้นง่ายมาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ ว่าแล้วเราลองไปทำกันเลยดีกว่า…

โดย kapook.com

ผิวสวยจากข้างใน ใส่ใจอาหารบํารุงผิว

Tuesday, July 27th, 2010

ผิวสวยจากข้างใน ใส่ใจอาหารบํารุงผิว

ผักผลไม้

 

ผิวสวยจากข้างใน ใส่ใจอาหารบํารุงผิว (Mother&Care)

            ไม่ว่าหญิงหรือชาย มักปรารถนาเป็นเจ้าของผิวสวยตามธรรมชาติ เรียกกันว่าสวยมาจากข้างในชนิดที่ไม่ต้องพึ่งพาโลชั่นบํารุงผิวให้เสี่ยงต่อสารเคมี โดยเฉพาะคุณแม่ที่กําลังตั้งครรภ์ ต้องเริ่มมาจาก “You are what you eat” กินอย่างไรก็ได้เช่นนั้นค่ะ ในเรื่องผิวก็เช่นกัน เพราะคุณสามารถสร้างให้ผิวสวยขึ้นได้จากอาหารการกินค่ะ

        มาลองทบทวนกันดูสิว่าในแต่ละวัน คุณได้ทานอาหารเหล่านี้บ้างหรือยัง 

            ส้ม อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบํารุงผิวพรรณให้สดใสดูอ่อนวัย

            มะนาว อุดม ด้วยวิตามินซีที่มีประโยชน์ต่อผิว แล้วยังช่วยทําความสะอาดตับ ซึ่งทําหน้าที่กําจัดของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย

            แครอท ให้คุณค่าเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเออาหารที่จําเป็นสําหรับผิว

            กีวี ประกอบด้วยวิตามินซีที่เป็น ประโยชน์ต่อการสร้างคอลลาเจน

            อะโวคาโด อุดมด้วยวิตามินอีที่ช่วยบํารุงผิว กินอะโวคาโดวันละผลจะให้วิตามินอี เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวันได้

            โยเกิร์ต ช่วยในการขับถ่าย ทําให้ผิวพรรณสดใส ไม่หมองคล้ำ

            เมล็ดถั่วต่าง ๆ อุดมด้วยโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่จําเป็นสําหรับผิวสวย

            งา อุดมด้วยวิตามินบี สังกะสี โพแทสเซียม ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ทําให้ผิวสดใสอ่อนวัยเสมอ

            น้ำมันมะกอก มีวิตามินอีอยู่มาก ช่วยบํารุงคอลลาเจนใต้ผิวให้เนียมนุ่มชุ่มชื่นอย่างเป็นธรรมชาติ 

            ผักโขม อุดมด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบํารุงผิวให้เปล่งปลั่งมีสุขภาพดี

            ปลามีไขมัน เช่น แซลมอน น้ำมันปลาช่วยให้ผิวเต่งตึงไม่เหี่ยวย่น กินอย่างน้อย 2 มื้อต่อสัปดาห์

            น้ำสะอาด อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ช่วยชําระของเสียและสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย

เตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรค

Monday, July 12th, 2010

เตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรค

มังคุด

อย.เตือนผู้บริโภคอย่าเชื่อโฆษณาโอ้อวด (ไอเอ็นเอ็น)
 
          อย. ออกโรงเตือนน้ำสกัดจากเปลือกมังคุด หลังมีผู้ป่วยดื่มแล้วเลิก มีอาการแทรกซ้อน ระบุ อย่าหลงเชื่อ คำโฆษณาเกินจริง

          น.พ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดหนองคาย ว่า พบผู้ป่วยหญิง อายุ 81 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ด้วยอาการไข้ ไอ เพลีย ท้องเสีย ถ่ายเป็นมูกเมื่อ ส่งตรวจอุจจาระ พบเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเลือดปนในอุจจาระ

          จากการซักถามผู้ป่วยพบว่า ดื่มน้ำมังคุดยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งโฆษณาว่ารักษาโรคปวดขา ประมาณเกือบ 1 เดือน อาการปวดขาหาย แต่หลังหยุดดื่ม 2-3 วัน มีอาการปวดทั่วตัว ขยับไม่ได้ ทุรนทุราย แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นภาวะไตบกพร่อง และคาดว่า น้ำมังคุดยี่ห้อดังกล่าว อาจมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ โดยจะมีการสุ่มเก็บตัวอย่าง ส่งวิเคราะห์หาสารสเตียรอยด์ และสิ่งปนเปื้อนอื่นต่อไป

          ทั้งนี้ ในมังคุด มีสารแซนโทน (xanthones) ซึ่งมีคุณสมบัติ ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดความดันโลหิต ต้านมะเร็ง และแก้แพ้ อย่างไรก็ตาม ยังขาดข้อมูลการทดลองทางคลินิกสนับสนุนว่า การบริโภคมังคุดสามารถมีฤทธิ์รักษาโรคดังกล่าวได้

          แต่ที่ต้องระวังคือ ผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างการฉายรังสี ผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาคูมาดิน ยาต้านมะเร็ง ผู้ป่วยที่มีภาวการณ์สร้าง เม็ดเลือดแดงมากเกินไป ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่กำลังได้รับยารักษาโรคอื่น ๆ เนื่องจาก ยังไม่ทราบถึงการเกิดปฏิกิริยาระหว่าง น้ำมังคุดกับยาที่ได้รับ

          ขอเตือนประชาชนผู้บริโภคว่า อย่าหลงเชื่อการโฆษณาโอ้อวด สรรพคุณเกินจริง โดยเฉพาะการหวังผลในการบำบัดรักษา หรือบรรเทาอาการของโรค อาจทำให้เสียเงินและเสียโอกาสในการรักษาที่ถูกต้อง

3 ขั้นตอน เช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด (Woman’s Story)

Thursday, June 10th, 2010

3 ขั้นตอน เช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด (Woman’s Story)

แต่งหน้า

3 ขั้นตอน เช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด (Woman’s Story)

          การทำความสะอาดเครื่องสำอางออกให้หมด สะอาดเกลี้ยงเกลานั้น ก่อนการล้างหน้าเราก็ควรที่จะเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมดก่อน เพื่อให้ขั้นตอนการทำความต่อไปง่ายขึ้น และทำให้ใบหน้าสะอาดอย่างแท้จริง ซึ่งการเช็ดเครื่องสำอางที่ถูกต้องสามารถทำได้ดังนี้ค่ะ

          ดวงตา เนื่องผิวบริเวณนี้มีความบอบบางมาก จึงต้องระวังเป็นพิเศษโดยให้หยดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางลงบนสำลี เช็ดอย่างเบามือจากเปลือกตาลงที่ขอบตา เป็นการูดเอามาสคาร่าออกไปด้วย ส่วนขอบตาให้พับสำลีเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วค่อย ๆ เช็ดออก

          ริมฝีปาก พับ สำลีให้เป็นสามเหลี่ยมแล้วใช้มุมของสำลีเช็ดตามร่องปาก โดยเช็ดเป็นแนวดิ่งออกมาจากด้านในออกมาด้านนอก ห้ามถูในแนวข้าง เพราะจะทำให้ริมฝีปากแตก และถ้าทำบ่อย ๆ จะกลายเป็นร่องได้

          ผิวหน้า ให้ เริ่มเช็ดทีโซนก่อน โดยเริ่มจากหน้าผาก จมูกและคาง จากนั้นก็เช็ดบริเวณอื่น ๆ ต่อ ซึ่งในระหว่างที่เช็ดก็ให้ใช้นิ้วนางและนิ้วกลางนวดคลึงไปตามจุดต่าง ๆ ของใบหน้าด้วย แล้วค่อยล้างหน้าตามปกติค่ะ    

 

โดย kapook.com

7 วิธีป้องกันโรคหัวใจวาย (Health Plus)

Thursday, June 10th, 2010

7 วิธีป้องกันโรคหัวใจวาย (Health Plus)

หัวใจ

 

7 วิธีป้องกันโรคหัวใจวาย (Health Plus)

          ไม่อยากหัวใจวายเพราะโรคหัวใจ อ่าน 7 เคล็ดลับต่อไปนี้ แล้วปฏิบัติตามเสียโดยดี

1.หากคุณสูบบุหรี่ ให้หยุดสูบซะ

          การสูบบุหรี่ทำให้เส้นเลือดแดงแข็ง และมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เพียงหนึ่งปีหลังเลิกบุหรี่ ความเสี่ยงดังกล่าวลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง ร่างกายกลับแข็งแรงเป็นปกติ

2.หากคุณกำลังอยู่ในช่วงวัยทองหรือหลังวัยทอง

          และไม่เคยรับการตรวจเช็กความดันโลหิต ควรไปพบแพทย์ให้ตรวจ ความดันโลหิตสูงจะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น จึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

3.กินอาหารที่มีประโยชน์

          ข่าวดีคือถั่วเหลืองไม่เพียงช่วยบรรเทาอาการวัยทอง เช่น อาการร้อนวูบวาบ แต่มีหลักฐานยืนยันว่า ถั่วเหลืองช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลลดต่ำลง ถั่วเหลืองพบมากในเต้าหู้ นมถั่วเหลือง และแป้งถั่วเหลือง การวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ว่าแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ

          ผลการวิจัยพบว่าวิตามินอีมีแอนตี้ออกซิแดนท์สูง หากทานในปริมาณมาก ๆ จะช่วยให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบลดลง วิตามินอีพบในถั่วเปลือกแข็งต่าง ๆ และเมล็ดพืช น้ำมันปลา อโวคาโด ข้าวกล้อง และน้ำมันพืช แหล่งแอนตี้ออกซิแดนท์อื่น ๆ พบในผักผลไม้หลากสี จึงควรทานมาก ๆ

          การมีกรดอะมิโนที่เรียกว่า โฮโมซีสเทอีน (homocysteine) ในระดับสูงมีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจ ดังนั้นควรทำให้กรดอะมิโนดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำ จึงควรกินอาหารที่มีวิตามินบี6 บี12 และโฟเลต พบในผลไม้หลากหลายชนิด ผักใบเขียวและผลิตภัณฑ์จากเมล็ดข้าวที่เติมกรดโฟลิก

4.ต้องลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ให้ต่ำลง และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL)

ดับร้อนให้ใจด้วย 7 วิธีง่าย ๆ

Saturday, June 5th, 2010

ดับร้อนให้ใจด้วย 7 วิธีง่าย ๆ

อ่านหนังสือ


7 ways to find inner peace ดับร้อนให้ใจด้วย 7 วิธีง่าย ๆ (Health plus)

          ถ้าชีวิตสมัยใหม่ทำให้คุณหงุดหงิดและเคร่งเครียด ลองปิดตัวเองจากการรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ แล้วหันมาเติมพลังให้จิตใจด้วยวิธีง่าย ๆ ต่อไปนี้

1.ออกไปเดินเล่นในที่ที่คุณโปรดปราน

          เช่น สวนสาธารณะใกล้ ๆ หรืออาจเป็นชายทะเล ที่ไหนก็ได้ที่ช่วยให้คุณหลีกหนีจากความเร่งรีบ และสับสนวุ่นวายในชีวิตประจำวัน การเดินตามสบายอย่างผ่อนคลายจะช่วยคลายความตึงเครียด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด กำหนดสมาธิไปที่ลมหายใจขณะที่คุณเดินง่าย ๆ ด้วยการนับ 1-10 ช้า ๆ ในใจ หรือกล่าวถ้อยคำที่คุณชอบซ้ำ ๆ วิธีนี้ จะช่วยให้คุณรู้สึกเชื่อมโยง และซึมซับความรู้สึกสงบสุขภายในจิตใจอย่างแท้จริง

2.เข้าถึงตัวตนด้านจิตวิญญาณของคุณ

          ด้วยการผสมกลิ่นอโรมาที่ทำให้จิตใจสุขุมเยือกเย็น หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ที่ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย 5 หยด กลิ่นจูนิเปอร์ที่ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง 5 หยด และกลิ่นเจราเนียมช่วยให้จิตใจมั่นคง 5 หยดลงในตะเกียงจุดน้ำมันหอมระเหยขณะนั่งสมาธิ จะช่วยให้คุณรู้สึกสงบผ่อนคลายอย่างแท้จริง

diary

3.ลงมือเขียน

          ผลการวิจัยระบุว่า การหยิบปากกาขึ้นเขียนข้อความลงบนกระดาษช่วยให้อารมณ์ดี ทำให้จิตใจสงบเยือกเย็น นั่งลงและเขียนอะไรก็ได้สัก 2-3 นาที อาจเป็นเรื่องราวในความฝันเมื่อเร็ว ๆ นี้ หรือจะเป็นเรื่องที่กำลังทุกข์ใจอยู่ในเวลานั้น วิธีนี้จะช่วยให้คุณได้ระบายความรู้สึกและเข้าใจถึงปัญหาแท้จริง ของเรื่องราวที่ร้างความยุ่งยากใจให้คุณ ซึ่งจะทำให้จิตใจของคุณแน่วแน่ และมีสมาธิมากยิ่งขึ้น

4.อยู่กับความนิยม

          ลองใช้เวลาอยู่กับความเงียบดูบ้าง นั่งนิ่ง ๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย เฝ้าดูจิตใจตัวเองและฟังเสียงภายใน สำหรับคนที่ใช้ชีวิตไม่เคยหยุดนิ่งอาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าคุณได้หยุดนิ่งโดยไม่คิดถึงเรื่องใด ๆ จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกโปร่ง โล่ง และเบาสบายของร่างกายและจิตใจ

รู้ไหม? 1 มิถุนายน “วันดื่มนมโลก”

Wednesday, June 2nd, 2010

รู้ไหม? 1 มิถุนายน “วันดื่มนมโลก”

ตั้งแต่เด็กๆ เราคงคุ้นเคยกับประโยคเชิญชวนที่ว่า “ดื่มนมเยอะๆ ตัวจะได้สูงๆ” แต่ในความเป็นจริงแล้ว “นม” ไม่ได้ให้คุณประโยชน์แค่ความสูงสำหรับเด็กๆ เท่านั้น นมยังเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ให้คุณประโยชน์สำหรับทุกเพศทุกวัย คุณค่าของนมมีมากมายและมีความสำคัญสำหรับผู้คนทั่วโลก โดยมีการกำหนดให้เป็นวันสากลของการดื่มนมระดับโลกเลยทีเดียว

องค์การอาหารแห่งสหประชาชาติ หรือ The Food and Agriculture Organization หรือ FAO กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) เพื่อให้ประเทศต่างๆ และองค์กรที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนการบริโภคนม ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการบริโภคนม ด้วยการให้ความรู้และคุณประโยชน์ของนมแก่ประชาชน

ปัจจุบันมีมากกว่า 35 ประเทศทั่วโลกที่จัดกิจกรรมวันดื่มนมโลก เช่น จีน อินเดีย เวียดนาม อังกฤษ ออสเตรเลีย สวีเดน เดนมาร์ก เป็นต้น

สำหรับในประเทศไทย กิจกรรม “วันดื่มนมโลก” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในปีนี้ โดยบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ไทย) จำกัด บริษัทผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตและบรรจุอาหาร รวมถึงบรรจุภัณฑ์แบบปลอดเชื้อ หรือกล่องยูเอชที ร่วมกับมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และบริษัทผู้ผลิตนมพร้อมดื่มในประเทศไทย จัดกิจกรรมเผยแพร่เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบริโภคนม เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคนมเพื่อช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2550 มีการบริโภคนมประมาณ 242,000 ล้านลิตร สำหรับชาติในแถบเอเชีย โดยเฉพาะประเทศอินเดียและจีนมีอัตราการบริโภคนมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในอินเดียมีอัตราการบริโภคนมในปี 2550 ประมาณ 5 หมื่นล้านลิตร สูงเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ประมาณ 1,400 ล้านลิตร ส่วนจีน 17,500 ล้านลิตรเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ประมาณ 1,500 ล้านลิตร ในขณะที่ญี่ปุ่นมีอัตราการบริโภคมากกว่า 6,000 ล้านลิตรในปี 2550

เสริมสุขภาพด้วย พลังดอกไม้

Monday, May 31st, 2010

เสริมสุขภาพด้วย พลังดอกไม้

น้ำชา


เสริมสุขภาพด้วย พลังดอกไม้
(Lisa)

         ปักดอกไม้ไว้ในแจกัน แล้วมาฟูมฟักร่างกายและจิตใจกัน ด้วยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากดอกไม้แสนสวยเหล่านี้กันเถอะค่ะ

         เมล็ดทานตะวัน อุดมด้วยวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้แผลหายเร็ว ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและเบาหวาน มีกากใยช่วยในการย่อยอาหารลดระดับคอเลสเตอรอล มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย และบำรุงสมองด้วยสารทริปโตเฟนที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างสารเชโรโทนิน ทำให้ความเครียดลดลงค่ะ

         ชามะลิ เชื่อมั้ยคะว่าชาชนิดนี้มีต้นกำเนิดย้อนไปถึง 700 ปี ณ ประเทศจีน มีสารต้านอนุมูลอิสระ Catechin ที่มีประโยชน์มากมาย และช่วยลดโอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหาร และโรคหลอดเลือดในสมองแตก ลดอัตราชีพจร ความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอล แถมกลิ่นชามะลิยังช่วยปลอบประโลมจิตใจและอารมณ์ได้

         น้ำมันกุหลาบ การศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ชี้ว่ากลิ่นจากน้ำมันกุหลาบทำให้จิตใจผ่อนคลายได้ นอกจากนี้ ยังดีต่อผิวสามารถทำความสะอาดรูขุมขนและลดริ้วรอยได้ ลองหยดน้ำมันลงในอ่างอาบน้ำเพื่อลดอาการอักเสบที่ผิวดูสิคะ แถมยังต้านโรคภัยและช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันอีก แต่ถ้าจะใช้รับประทาน สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

         รากบัว เปี่ยมไปด้วยธาตุเหล็ก วิตามินบีและซี มีกากใยสูง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ และบรรเทาอาการท้องผูก นอกจากนี้การดื่มน้ำรากบัววันละ 2-3 แก้วจะช่วยยับยั้งเลือดจากแผลในระบบทางเดินอาหารหรือเลือดกำเดาไหลได้ค่ะ

โดย kapook.com

แอล-คาร์นิทีน ช่วยให้ผอมได้จริงหรือ?

Wednesday, May 19th, 2010

แอล-คาร์นิทีน ช่วยให้ผอมได้จริงหรือ?

 แอล-คาร์นิทีน

L-Carnitine ForFat Loss ? แอล-คาร์นิทีน คือประตูสู่ความผอมจริงหรือ (Slim Up)

          อืมมม… ช่วยเรื่องการดูแลรูปร่างด้วยหรือนี่…พลันที่โฆษณาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพตัวหนึ่ง แสดงภาพขำขันเมื่อเจ้าตัวไขมันปุ๊กลุกถูกผลักดันให้กระเด็นออกไป พร้อมเสียงหวีดร้อง แว๊ก..!!! เป็นภาพแสดงสัญลักษณ์ว่า เมื่อเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอล-คาร์นิทีนเข้าไป ไขมันจะถูกกำจัดไป คำถาม คือ แล้วเจ้า แอล-คาร์นิทีน (L-Carnitine) มีหน้าที่อย่างไรต่อกระบวนการของร่างกาย และจะมีบทบาทมากน้อยเพียงไร ถึงได้ถูกนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

L-Carnitine Where Are you ?

          แอล-คาร์นิทีน กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้ แต่แท้ที่จริงแล้ว ร่างกายขอมนุษย์สามารถผลิตแอล-คาร์นิทีนได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมราคาแพง เราสามารถพบ แอล-คาร์นิทีน ได้ในร่างกายโดยหน้าที่ของตับ และสามารถอธิบายกระบวนการง่าย ๆ ได้ว่า แอล-คาร์นิทีน อาศัยกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (ที่พบในเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และนม) และเมโทโอนีน (พบในธัญพืช ผักใบเขียว) ร่วมมือกันสังเคราะห์ขึ้น โดยมีกลุ่มสารอาหารที่คอยเร่งกระบวนการทำงาน ได้แก่ Niacin วิตามิน C และธาตุเหล็ก (พบในเนื้อสัตว์ ตับ ข้าวซ้อนมือ นม ผมไม้รสเปรี้ยว เป็นต้น)

          เมื่อแอล-คาร์นิทีน ถูกผลิตขึ้นในร่างกายสำเร็จ จะออกฤทธิ์ในรูปแบบของกรดชนิดคาร์นิทีน มีหน้าที่ช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันเข้าไปในเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งกระบวนการนี้เอง ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงไขมันเป็นพลังงาน อาจกล่าวได้ว่า บทบาทสำคัญของมันก็คือ การหยิบเอาไขมันมาใช้งานให้หมดไปนั่นเอง ซึ่งหากร่างกายมีสารคาร์นิทีนไม่เพียงพอหรือขาด ก็จะนำมาสู่ปัญหาการสะสมของไขมันในร่างกาย และในสัดส่วนของคนเรา รวมถึงคั่งค้างอยู่ในอวัยวะสำคัญอย่างหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดทำงานเสื่อมถอยลง มีความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวกับไขมัน รวมถึงอาจมีอาการเหนื่อยล้า ซึม และอ่อนเพลีย

L-Carnitine ไขมัน และการเคลื่อนตัวของอสุจิตัวน้อย

Subscribe to RSS