Archive for May, 2010

เสริมสุขภาพด้วย พลังดอกไม้

Monday, May 31st, 2010

เสริมสุขภาพด้วย พลังดอกไม้

น้ำชา


เสริมสุขภาพด้วย พลังดอกไม้
(Lisa)

         ปักดอกไม้ไว้ในแจกัน แล้วมาฟูมฟักร่างกายและจิตใจกัน ด้วยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากดอกไม้แสนสวยเหล่านี้กันเถอะค่ะ

         เมล็ดทานตะวัน อุดมด้วยวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้แผลหายเร็ว ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและเบาหวาน มีกากใยช่วยในการย่อยอาหารลดระดับคอเลสเตอรอล มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย และบำรุงสมองด้วยสารทริปโตเฟนที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างสารเชโรโทนิน ทำให้ความเครียดลดลงค่ะ

         ชามะลิ เชื่อมั้ยคะว่าชาชนิดนี้มีต้นกำเนิดย้อนไปถึง 700 ปี ณ ประเทศจีน มีสารต้านอนุมูลอิสระ Catechin ที่มีประโยชน์มากมาย และช่วยลดโอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหาร และโรคหลอดเลือดในสมองแตก ลดอัตราชีพจร ความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอล แถมกลิ่นชามะลิยังช่วยปลอบประโลมจิตใจและอารมณ์ได้

         น้ำมันกุหลาบ การศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ชี้ว่ากลิ่นจากน้ำมันกุหลาบทำให้จิตใจผ่อนคลายได้ นอกจากนี้ ยังดีต่อผิวสามารถทำความสะอาดรูขุมขนและลดริ้วรอยได้ ลองหยดน้ำมันลงในอ่างอาบน้ำเพื่อลดอาการอักเสบที่ผิวดูสิคะ แถมยังต้านโรคภัยและช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันอีก แต่ถ้าจะใช้รับประทาน สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

         รากบัว เปี่ยมไปด้วยธาตุเหล็ก วิตามินบีและซี มีกากใยสูง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ และบรรเทาอาการท้องผูก นอกจากนี้การดื่มน้ำรากบัววันละ 2-3 แก้วจะช่วยยับยั้งเลือดจากแผลในระบบทางเดินอาหารหรือเลือดกำเดาไหลได้ค่ะ

โดย kapook.com

ชุดกันฝนแฟชั่น ต้อนรับหน้าฝน

Monday, May 31st, 2010

ชุดกันฝนแฟชั่น ต้อนรับหน้าฝน

ชุดกันฝน
ชุดกันฝน

ชุดกันฝน
ชุดกันฝน

 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม  
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก examiner.com

          ฝนตก… พกร่ม!! แต่ถ้าหากไม่อยากพกร่ม ก็หันมาพก ชุดกันฝน แทนละกัน เพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อย จะให้ไม่ให้พกอะไรติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัว (จากฝน) บ้าง ก็เห็นจะไม่ได้ สาว ๆ หลายคนเลือกพก ร่มแฟชั่น เก๋ ๆ น่ารัก ๆ แต่ก็มีอีกหลายคนที่นิยมพก ชุดกันฝน ที่ขอบอกว่ามีความเก๋ และน่ารักไม่แพ้กันเลยทีเดียว

          ชุดกันฝน ไม่ได้ฮิตในเฉพาะผู้ที่เดินท้าสายฝนเท่านั้น แต่ยังฮอตในหมู่คนขับขี่รถจักรยานยนต์เวลาฝนตกอีกด้วย (ว่าไปนั่น) เพราะการขับขี่รถจักรยานยนต์ขณะฝนตก คงไม่มีใครกางร่มหรอก จริงไหมคะ 

          จะว่าไป ชุดกันฝน สามารถกันฝนได้ดีกว่า ร่ม ซะด้วยซ้ำ ลองคิดภาพดูว่า หากคุณต้องเดินเท้าขณะที่ฝนตก แล้วถือของพะรุงพะรัง หรือสะพายกระเป๋า ใส่ ชุดกันฝน ตัวเดียวก็สามารถคลุมทุกอย่างได้แล้ว แต่ถ้าหากกางร่ม ก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ “ฝนสาด” ได้ ทำให้ข้าวของเปียกปอนไปหมด 

          โอ้ว… แล้วถ้า ชุดกันฝน มันดีและมีประโยชน์ขนาดนี้ เราจะไม่มีแบบ ชุดกันฝน เก๋ ๆ มาให้ดูก็ยังไง ๆ อยู่ ว่าแล้ว เราไปดูแบบ ชุดกันฝนแฟชั่น แจ่ม ๆ ที่เรานำมาฝากกันเลยดีกว่า…

ชุดกันฝน
ชุดกันฝน

ชุดกันฝน
ชุดกันฝน

ชุดกันฝน
ชุดกันฝน

ชุดกันฝน
ชุดกันฝน

ชุดกันฝน
ชุดกันฝน

ชุดกันฝน
ชุดกันฝน

 

เทคนิคแต่งหน้าสไตล์สาวหวาน

Monday, May 31st, 2010

เทคนิคแต่งหน้าสไตล์สาวหวาน

แต่งหน้า

 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เทรนด์การแต่งหน้าโทนสีชมพูหวานแหวว เห็นจะเป็นเทรนด์ที่ไม่เคยตกยุคเอาเสียเลย เพราะนอกจากจะเป็นโทนสีที่เข้าได้กับทุกสีผิวแล้ว ยังเปลี่ยนให้คุณกลายเป็นผู้หญิ๊ง ผู้หญิง ที่น่าทะนุถนอมอีกด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมเลยมีเทคนิคการแต่งหน้าโทนสีนี้มาฝากกัน เพื่อให้สาวทุกสีผิวได้สวยหวานไปพร้อม ๆ กันค่ะ ว่าแล้ว ก็มาเริ่มกันเลย

           ขั้นตอนที่ 1 ล้างหน้าให้สะอาด แล้วลงมอยซ์เจอไรเซอร์ เสร็จแล้วให้คุณเริ่มเกลี่ยรองพื้นสีสว่างกว่าผิวนิดหน่อยลงบนใบหน้า เพื่อเพิ่มความสว่างใสค่ะ อ๊ะ แล้วอย่าลืมเกลี่ยลงไปถึงบริเวณลำคอด้วยนะ

           ขั้นตอนที่ 2 ลงอายแชโดว์เบส โดยเกลี่ยให้ทั่วบริเวณรอบดวงตา เพื่อความสวยหวานที่ติดทนนาน ขั้นตอนนี้ละเลยไม่ได้เลยทีเดียวค่ะ เพราะดวงตาเป็นจุดที่กำหนดความหวานทั้งใบหน้า จะหวานมากหวานน้อย ก็อยู่ที่สีตานี่แหละค่ะคุณ ๆ

           ขั้นตอนที่ 3 อายแชโดว์เฉดสีหวาน แนะนำเป็นสีชมพูอ่อนอมส้ม เหมาะสมกับทุกเฉดสีผิว ที่สำคัญต้องเลือกใช้อายแชโดว์ที่มีประกายมุกเล็กน้อย เพิ่มความสว่างใสได้มากเลยทีเดียว เอาล่ะ เมื่อพร้อมแล้วก็เริ่มทาอายแชโดว์บนเปลือกตาได้เลย เริ่มจากลงอายแชโดว์สีขาวเป็นเบสก่อน เกลี่ยให้ทั่วบริเวณเปลือกตาไปจรดแนวคิ้้ว จากนั้นใช้อายแชโดว์สีชมพูอ่อนอมส้มเกลี่ยทับบนเปลือกตา โดยเน้นความเข้มบริเวณหางตาเพื่อทำให้ดวงตามีมิติ เสร็จแล้วหยิบอายแชโดว์สีขาวขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเกลี่ยบริเวณหัวตา และใต้ดวงตา วิธีนี้จะทำให้ดวงตาของคุณโตขึ้นค่ะ

           ขั้นตอนที่ 4 ปัดมาสคาร่าลงบนแนวขนตาทั้งบนและล่าง เสร็จแล้วอาจกรีดอายไลเนอร์เป็นเส้นบาง ๆ โดยให้ประชิดแนวขนตามากที่สุด หรือหากคุณต้องการเป็นสาวลุคหวานอมเปรี้ยว อาจกรีดอายไลเนอร์เส้นหนา แล้วปัดหางให้แหลมเล็กน้อยก็ได้เหมือนกันค่ะ

           ขั้นตอนที่ 5 ลงมาสคาราหรือดินสอเขียนคิ้วที่ขนคิ้ว โดยหลีกเลี่ยงสีดำกับการแต่งหน้าแนวหวาน ๆ แบบนี้นะคะ แนะนำให้เป็นสีน้ำตาลอ่อนจะดีกว่า ดูนุ่มนวลกว่าเป็นไหน ๆ

           ขั้นตอนที่ 6 ใช้บลัชออนสีส้มอ่อนประกายมุก ปัดลงบนพวงแก้มโดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับรูปหน้า ดังนี้ 

         - หากคุณเป็นคนหน้ากลม หรือมีเนื้อแก้มเยอะ ปัดบลัชออนบริเวณโหนกแก้มด้านบน ไปถึงไรผม
         - หากคุณเป็นคนหน้าเล็กเรียว หรือมีใบหน้ารูปไข่ ปัดบลัชออนบริเวณพวงแก้มด้านล่าง เพื่อทำให้ดูมีแก้มมากขึ้น

[MV] ขอความสุข คืนกลับมา

Sunday, May 30th, 2010

[MV] ขอความสุข คืนกลับมา

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก YouTube

อยู่อย่างไร้ความสำคัญ

Monday, May 24th, 2010

อยู่อย่างไร้ความสำคัญ

หากฉันใช้สมอง...จดจำเรื่องราว

อยู่อย่างไร้ความสำคัญ (ใยไหม)

          มนุษย์ทุกคนจะมีแรงจูงใจในการแสวงหาและรักษาเกียรติยศอยู่ในสัญชาตญาณ ต้องการที่จะมีศักดิ์ศรี มีความภาคภูมิในใจตัวเอง ต้องการในคนอื่นมองเห็นว่าเรามีความสำคัญมากพอ ต้องการได้รับความยอมรับจากคนรอบข้างอย่างจริงจัง ไม่ใช่การแกล้งทำเป็นยอมรับเพื่อเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง

          การเป็นคน มันต้องมีความสำคัญ มีความหมายบ้าง ถึงจะมีศักดิ์ศรี การเป็นคนจำเป็นจะต้องมีตัวตน ตัวตนในที่นี้ไมได้หมายความว่าจะต้องมีร่างกายให้มองเห็น ให้สัมผัสได้บนโลกใบนี้ แต่การมีตัวตนจะหมายถึงการอยู่ในสายตาของคนอื่น มีความสำคัญ และมีความหมายมากพอที่จะทำให้ตัวเรารู้สึกถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ และเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ และทำประโยชน์ให้กับคนรอบข้าง

          แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพบว่าเราไม่มีความสำคัญอีกแล้ว ชีวิตของเราก็จะเหมือนกับการดิ่งลงสู่จุดที่ต่ำลงเรื่อย ๆ พอมาถึงจุดที่ต่ำสุดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร นอกจากอยู่ไปวัน ๆ กับความหดหู่ ท้อแท้ และสิ้นหวังในที่สุด

          การเป็นคนรักที่ไร้ความสำคัญ ทำให้เรารู้สึกสิ้นหวังได้ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เราจะถูกละเลยในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เราจะถูกมองข้ามในเรื่องบางเรื่อง และจะถูกหลงลืมในเรื่องบางเรื่อง แน่นอนว่าตอนนั้นแหละที่เราจะรู้ซึ้งกับคำว่า…ไม่อยู่ในสายตาจริง ๆ

          คำว่าไม่อยู่ในสายตานี่เป็นคำที่เจ็บปวด ลองนึกดูว่าคนที่เคยรัก เคยดูแลเอาใจใส่กันมาตลอด แล้วพอวันหนึ่งไม่สนใจใยดีกันเลย เป็นใครก็ต้องรู้สึก……… แต่กว่าจะรู้สึกนี่สิ ต้องน้อยใจเสียใจไปไม่รู้เท่าไหร่ ไม่น่าเชื่อว่าแต่คนใดคนหนึ่งไม่เห็นความสำคัญของกันมันเหมือนกับพูดคนละเรื่อง อยู่คนละที่ คิดคนละแบบ ทำคนละอย่าง…อย่างสิ้นเชิง

เมื่อไหร่หัวใจจะหายเจ็บ

          ในขณะที่เรารอโทรศัพท์เขาอยู่ทุกนาที หยิบโทรศัพท์มาดูแล้วมาดูอีก แต่เราแทบจะไม่รู้เลยว่าเขายังทำอย่างอื่นต่อไป โดยไม่สนใจที่จะหันมากดโทรศัพท์ถึงเราสักนิด หรือขณะที่เรารอเขาอย่างใจจดใจจ่อนั่งมองถนนอย่างไม่ละเลยสายตา ใครอีกคนกลับไม่เคยแม้แต่จะเร่งรีบจากสิ่งที่เขาทำ เขาจะสามารถทำทุกอย่างไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่รู้สึกรู้สา ขณะที่เราคิดถึงเขาเต็มหัวใจ แต่เขากลับไม่เคยมีเราในสมองเลย ในยามที่เราเงียบไป รู้สึกหม่นมัวหรือเศร้าหมอง ก็ไม่เคยมีความถามมีความห่วงใยจากปากของเขาเลย

          ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปล้วนแล้วแต่เป็นความเคยชิน เป็นทุกอย่างที่เคยทำ เคยเป็น เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกต้องโปรแกรมไว้ไม่ให้มีจิตใจ เหมือนคบกันไปเพราะว่า “เคยคบ” คบเพราะเป็นคนรัก คบเพราะว่าเป็นหน้าที่ หรือคบเพราะต้องคบ นั้นไงล่ะที่เป็นความไม่สำคัญที่สมบูรณ์แบบ เพราะความที่เรามีแต่รัก รัก ๆ และอดทน เราอาจไม่มีเวลาได้คิดว่าความเจ็บปวดอย่างนั้นไม่ใช่ความเจ็บปวดธรรมดา แต่เป็นความเจ็บปวดที่ไร้ศักดิ์ศรีเป็นที่สุด

ความรักทำให้เราเหงาจริง ๆ หรือ

Monday, May 24th, 2010

ความรักทำให้เราเหงาจริง ๆ หรือ

ความรัก

ความรักทำให้เราเหงาจริง ๆ หรือ (ปลายดาว)

          คนมากมาย…มีความรักและไม่เคยเหงา แต่ในขณะดียวกันก็มีคนมากมาย ที่แม้จะมีความรักที่สวยงามหอมหวานแต่ก็ยังเหงา เพราะอะไรความรู้สึกเหงาถึงมาเยี่ยมเยียนหัวใจของเราบ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้ดีว่า เรามีใครทั้งคนให้รัก และใครคนนั้นก็รักเราอย่างมากมายล้นเหลือ

          เหตุใดเรายังรู้สึกบ่อยครั้งว่าเราไม่มีใคร เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่เขาหายไป เราก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หลายครั้งเราเผลอร้องไห้เพราะคิดว่าการที่เขาไม่มีเวลาให้กับเรามากเท่าที่เราต้องการ นั่นคือการที่เราถูกทอดทิ้ง

          หลายครั้งที่เรานั่งซึมเศร้ากับความเหงาในหัวใจ เผลอคิดว่าตัวเองไม่มีใคร เพราะเราไม่เคยไว้เนื้อเชื่อใจ และเชื่อมั่นในความคิดของเราเลย จนกระทั่งในที่สุดเราก็เชื่อว่า…ความรักทำให้เราเหงา ในหัวใจเราเต็มไปด้วยคำถามว่า….

          ทำไมแม้จะมีความรักแล้วเรายังรู้สึกแบบนี้
          หรือเพราะคนรักของเราไม่ได้รักเรามากพอ
          หรือเพราะในความเป็นจริง เขาควรจะดูแลและให้กับเรามากกว่านี้

          แต่คำถามหนึ่งที่เราไม่เคยถามตัวเองเลยก็คือ สาเหตุของความเหงา … เป็นเพราะตัวเราเองหรือเปล่า มันอาจเป็นรเพราะตัวเราเองที่เรียกร้องมากไป และไม่เคยไว้วางใจใจความรัก ทุก ๆ คืนวันเราก็ต้องรู้สึกอ้างว้างและหวั่นกลัวแบบนี้

          เมื่อความรักไม่เคยทำให้เราเหงา ถ้าอย่างนั้น…แล้วเราเหงาเพราะใคร

ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com

ความรัก

Sunday, May 23rd, 2010

ความรัก

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ขอบคุณGlitter สวยๆ จาก kapook.com

A Tu Corazon สู่กลางใจเธอ

Friday, May 21st, 2010

A Tu Corazon สู่กลางใจเธอ

 

วันนี้ตื่นมาตอนเช้า เปิดเจ้าโน๊ตบุคเครื่องโปรด และทำอะไรๆ เหมือนเดิม ทำอะไรแบบเดิมๆ ที่เคยทำทุกวัน เข็มนาฬิกาก็หมุนเปลี่ยนเวลาไป แต่สิ่งที่ทำให้สายตาของฉันรับรู้ว่าเริ่มวันใหม่ คือแสงจากอาทิตย์ที่กระทบกับเปลือกตาตรงขอบฟ้านั่น ไม่ใช่นาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ฝาผนัง ตั้งแต่ฉันเริ่มต้นการทำธุรกิจออนไลน์ในอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่โลกออนไลน์ที่ฉันเข้ามานั้นเปลี่ยนเป็นรายได้ ถึงแม้จะไม่ได้มหาศาลมากมายอะไรนัก แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับชีวิตคนคนนึงที่อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ แม้จะไม่หวือหวาอะไร การที่ฉันเข้ามาในโลกออนไลน์แบบนี้ ฉันได้พบกับคำว่า โลกส่วนตัว โลก ที่มีเพียงแค่ฉันกับเจ้าโน๊ตบุคเครื่องนี้ที่จะสื่อสารกันและกันตลอดเวลา สิ่งนี้กลายเป็นลมหายใจของฉันไปเสียแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่า ขาดเธอเหมือนจะขาดใจ ยังไงยังงั้น ฉันยิ้ม ฉันหัวเราะ ฉันร้องไห้ ก็มีแต่เจ้าโน๊ตบุคเครื่องนี้ล่ะมั้ง ที่ได้เห็น ได้รับรู้ความรู้สึกของฉันในแต่ละวัน

เช้านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวของฉัน ก็เหมือนเดิม เหมือนทุก ๆ วัน เสียงเพลงจากโน๊ตบุคเครื่องโปรด กำลังบรรเลงเพลงที่ไพเราะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฟังเพลงซะทีเดียว แค่ได้ยินเสียงที่ไพเราะนั้นลอยผ่านโสตประสาทการรับเสียงของฉันและก็ลอยผ่านไป แต่ก็ทำให้ชีวิตของฉันเช้านี้ไม่เงียบเหงา มีเพลง เพลงนึง “A Tu Corazon สู่กลางใจเธอ” เพียงแค่ได้ยินเสียงดนตรีในแว๊บแรก ฉันหยุดทุกอย่างที่กำลังจะทำ เหมือนกับต้องมนต์สะกด หยุดเพื่อจะฟังเพลง เพลงนี้ จู่ๆ มันก็ตราตรึง เข้ามาในหัวใจ กระชากความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปให้หัวใจดวงนี้ ที่ยังไม่เคยมีใครได้ก้าวล้ำเข้าไปถึงตรงนั้นได้ ฉันหันไปหยิบแก้วกาแฟ ที่มีกาแฟร้อนๆ หอมกรุ่น ขึ้นมาจิบ ทำไมวันนี้ฉันถึงรู้สึกว่า กาแฟ ถ้วยเก่าๆ เดิมๆ ใบนี้ ถึงหอมกรุ่น ขนาดนี้นะ หรือว่าที่ผ่านมา ฉันไม่ทันได้สัมผัสถึงรสชาติของมัน แค่ยกขึ้นมาดื่ม ดื่ม และก็สนใจกับสิ่งที่อยู่บนจอ นั่นมากกว่า แต่วันนี้ ฉันจิบมันเพียงเล็กน้อย ช้า ๆ และทอดสายตามองออกไปข้างนอกระเบียงนั่น ที่มีแสงอาทิตย์อ่อนๆ กระทบกับยอดต้นไม้ใหญ่ มันทำให้รู้สึกอบอุ่น กระตุกหัวใจเหงาๆ ดวงนี้ ให้หวั่นไหวได้ อย่างบอกไม่ถูก

nongoil

[MV] Y เพลงใหม่ จาก 5 หนุ่ม MBLAQ (กับท่าเต้นสุดล้ำ และเสื้อผ้าสุดเริ่ด T^T)

Thursday, May 20th, 2010

เพลงใหม่ จาก 5 หนุ่ม MBLAQ (กับท่าเต้นสุดล้ำ และเสื้อผ้าสุดเริ่ด T^T)

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก YouTube

เก้า จิรายุ ไม่ริรักอ้างยังเด็กอยู่

Thursday, May 20th, 2010

เก้า จิรายุ ไม่ริรักอ้างยังเด็กอยู่

เก้า จิรายุ

เก้า จิรายุ

เก้า ไม่ริรักอ้างยังเด็กอยู่ (ไทยโพสต์)

            ทั้ง ๆ ที่แม่เปิดไฟเขียวเต็มที่เรื่องมีแฟน แต่หนุ่มสุดฮอตที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุด อย่าง เก้า จิรายุ ละอองมณี กลับอิดออดบอกยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้มีแต่แฟนคลับอย่างเดียว

            เก้า จิรายุ : ตอนนี้ผมยังไม่มีใครเลย ยังไม่มีแฟนครับ ที่บ้านไม่ได้ห้ามนะแม่ไฟเขียวตั้งแต่เด็ก คือจะยังไงก็ได้ขอให้ลูกมีความสุข แต่อยู่ที่ผมมากกว่า ถึงแม่จะไม่ห้ามจะไฟเขียวยังไง แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะคบใคร ทุกคนที่เข้ามาก็เป็นเพื่อนกันหมด ด้วยวัยด้วยมั้งครับผมยังเด็กอยู่เลย อายุแค่ 14 ย่าง 15 คงไม่เหมาะมั้งถ้าจะมีแฟนตอนนี้ ขอทำงานกับเรียนหนังสือก่อนดีกว่า

            เก้า จิรายุ : ส่วนแฟนครับก็มีครับ เยอะมั้ยก็ประมาณหนึ่ง ก็ดีใจนะครับที่มีคนปลื้มผลงานของเรา ผมก็ไม่ได้เตรียมตัวรับมืออะไร ทำตัวเหมือนเดิม จะถือว่าแฟนคลับเขาก็เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง บางคนเวลาเจอเราเขาก็จะกรี๊ด หรือไม่ก็เข้ามากอดรั้งไม่ให้เราไป โทร.มาที่บ้านก็มีครับ แต่ที่เข้ามาแปลกๆ ยังไม่เคยเจอ

โดย kapook.com

Subscribe to RSS