ทายาท “เพชรา” มาแล้วจ้า …”ตรี-นันทรัตน์ ชาวราษฎร์”

ทายาท “เพชรา” มาแล้วจ้า …”ตรี-นันทรัตน์ ชาวราษฎร์”

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน

 ตรี-นันทรัตน์ ชาวราษฎร์

นางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง “เพชรา เชาวราษฎร์” นางเอกคู่ขวัญอันดับหนึ่งของ “มิตร ชัยบัญชา” นางเอกผู้ยังคงตรึงตราตรึงใจในผลงานการแสดง เส้นทางบันเทิงที่มีเพียงทายาท สาวใสดวงตาเปล่งประกายฉายแววอีกหนึ่งคนอย่าง “ตรี – นันทรัตน์ ชาวราษฎร์” ดาวเพิ่งเริ่มฉายแวว อีกทั้งความเป็นไทยที่น่าสนใจในตัวสาวคนนี้ ไม่ได้มีแค่เพียงดวงตา หากแต่เป็น “ดวงใจ” และ “บันไดดาว” ที่คนอย่างเธอมุ่งมั่นไม่แพ้กัน เส้นทางที่ผู้เป็น “ป้า” ของเธอขีดไว้ให้จึงน่าสนใจไม่น้อย อีกทั้งเรื่องราวชีวิตที่เด็กสาวคนนี้มีดีไม่แพ้ใคร…
       
       M-Lite มีนัดสัมภาษณ์กับทายาทตระกูลชาวราษฎร์ ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่า นางเอกอย่าง “เพชรา” ไปมีทายาทไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่จริงแล้วไม่ใช่ลูก แต่ “ตรี-นันทรัตน์” คือลูกของน้องชายเพชรา หรือลูกพี่ลูกน้อง นางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง จึงมีศักดิ์เป็นป้าของสาวตรี แม้ว่าทั้งคู่จะไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากัน เนื่องจากดวงตาของป้าก็มองไม่เห็นหลาน อีกทั้งตรีเองก็ยอมรับว่า เธอไม่ได้สนิทกับญาติฝ่ายพ่อ เนื่องจาก “คุณพ่อจำรัส ชาวราษฎร์” ของเธอ เสียไปตั้งแต่เธออยู่ ป.3 จึงทำให้เธอไม่ได้ใกล้ชิดหรือสนิทกับญาติฝ่ายพ่ออย่าง “เพชรา”
       
       ดวงตากลมโตเป็นประกาย ลูกไม้ไม่ไกลต้นคงไม่ผิดนัก ใบหน้าได้รูป ตัวเล็กกะทัดรัด ที่นัดหมายในการสัมภาษณ์คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถานศึกษาของเธอ ท่าทางกิริยามารยาท หากไม่พูดคุยเธอคงเป็นนางเอกหน้าหวานได้สบายคนหนึ่ง แต่เมื่อได้พูดคุยกับเธอแล้วจะรู้ว่า ไม่หวานเลยสักนิด
       
       1.
       หนูเป็นอะไรกับ “เพชรา”?

       
       “ตรี-นันทรัตน์ ชาวราษฎร์” อาจไม่ใช่นักแสดงโด่งดังระดับแถวหน้า แต่แวบแรกของทุกคนก็คงสงสัยว่า นามสกุลนี้ ทำไมถึงได้พ้องกับนางเอกหนังชื่อดัง อย่าง “เพชรา เชาวราษฎร์” แม้จะมีตัวสะกดที่ต่างกันตรงสระ เ แต่ตรีเล่าว่าเพชรา หรือ “ป้าอี๊ด” คือญาติฝั่งพ่อ ซึ่งเธอให้ความเคารพ และศรัทธาในตัวป้าคนนี้มากทีเดียว
       
       “ไปไหนมาไหนมีคนถามบ่อยพอเขารู้ว่าเรานามสกุลนี้ ก็ถาม โดยเฉพาะนักข่าวค่ะ ไปประกวดอะไรนี่ถามหมดนะคะ เป็นอะไรกับเพชรา คือจริงๆนามสกุลป้าเมื่อก่อนก็เขียนแบบตรีนี่แหละค่ะ ไม่มี สระเอ แต่ว่าตอนหลังเข้าวงการมาป้าก็ปรับเปลี่ยนไป จริงๆหนูไม่ได้สนิทกับญาติฝ่ายพ่อมาก กับป้าอี๊ดยังจำไม่ได้เลยว่าไปเจอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพราะว่ายังเด็กมาก แล้วป๊าเสียตอนตรี ป.3 น่ะค่ะก็เลยห่างๆกันไป”
       
       “ตอนที่ก่อนตรีเข้ามาวงการ ได้เล่นหนัง โทร.ไปหาป้าอี๊ด ป้าให้กำลังใจค่ะไม่ได้ไปหาท่าน โทร.หามากกว่า มีอวยพร เขาเองก็บอกว่าให้ตรงต่อเวลารักษาหน้าที่ ทุ่มเทนะลูก” …ตรีเล่าถึงความสัมพันธ์กับเพชราแบบคร่าวๆให้ฟังอย่างภูมิใจกับเส้นทางนี้ และหากแม้นมีคนมองว่าเส้นทางของป้าคือใบเบิกทางในวงการบันเทิงของเธอ เธอก็น้อมรับอย่างภาคภูมิใจ
       
       2.
       “บันเทิง” เส้นทางที่ไม่เคยคิดว่าต้องเดิน

       
       
หลายคนอาจจะมองว่าการมีนามสกุลเดียวกับนางเอกหนังไทยอาจทำให้เส้นทางบันเทิงนี้ง่ายกว่าคนอื่น ตรีบอกว่าที่จริงแล้วในชีวิตไม่ได้สนใจฝักใฝ่ในวงการบันเทิงเท่าใดนัก แต่ยอมรับว่า เมื่อได้เข้ามาทำแล้วสนุกและได้ประสบการณ์แบบที่เธอเองไม่ได้คาดหวัง
       
       “ตรีเคยประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2005 เพื่อนลากไป ไม่ได้อยากไปประกวดเลย ปีนั้นเพื่อนเอาใบสมัครมาให้เขียนไปงั้นๆค่ะ เข้ารอบแล้วก็ได้รางวัลมิสเฮลตี้ สุขภาพดี ตอนนั้นผมยาวดำขลับสวยเลย ก็ได้เงินรางวัล ได้ประกันชีวิตค่ะตอนนั้น ก็มีถ่ายโบร์ชัวร์ ชุดนักเรียนของบิ๊กซี โลตัส แนวนั้นมากกว่า ไม่ได้มีโมเดลลิ่งแบบใครเขา ไม่เคยส่งรูปไปโมเดิลลิ่ง แต่ถามว่าชอบมั้ย มันได้เล่นหลายบทบาท หลายคาแร็กเตอร์ มันสนุกนะก็ชอบ”
       
       “ประกวดมิสทีนเสร็จ มาประกวดอุทัยทิพย์ปีเดียวกับเต้ย จรินทร์พรได้ที่หนึ่ง ตรีได้ขวัญใจช่างภาพปีเดียวกัน ปีแรกเลยบุกเบิกอุทัยทิพย์ แล้วมาเล่นละครอาประยูรของช่อง 7 มิสทีนเป็นคนส่งไปแคส ก็ได้มาเล่นละครเรื่องแรกเล่นกับพี่เชียร์ ทิฆัมพร พี่อานัส ฬาพานิช แล้วมาเล่นหนัง แต๋วเตะตีนระเบิดของพี่พจน์ อานนท์ แล้วก็กระสือฟัดปอบ แล้วก็มารับเชิญในละครพ่อหนูเป็นซูเปอร์สตาร์”
       
       “ตอนนี้มีเอ็มวีเดอะบอทท่อมบลูแล้วก็เพลงของ ไอน้ำ แกรมมี่กับอาร์เอสเลยแล้วก็มีหนังเรื่องคนโขนของพี่ตั้ว ศรัณยู เป้นนางเอกค่ะแล้วก็เรื่องเงา เล่นกับพี่บอย เอเอฟ เลือกรับงานอย่างไรก็เอาที่มันไม่หวือหวามาก ลุคหนูไม่เซ็กซี่อยู่แล้ว ไม่มีใครติดต่อหรอกค่ะ ถ้ามีก็ถ่ายข้างบนได้นะ เช่นชุดน่ารักๆน่ะได้ ชุดกระโปรงอะไรแบบนี้ได้ วันพีซคงยังไม่ได้ หุ่นไม่ดี เขินไม่ถ่ายหรอกค่ะ อารมณ์ถ่ายทะเลอะไรแบบนั้นยังพอไหว”
       
       3.
       “รำ” กิจกรรมที่ทำจนได้ดี

       
       ถ้าจะเรียกว่านางรำตัวยงก็คงไม่ผิดมากนัก เพราะกิจกรรมที่ทำให้ชีวิตตรีได้ก้าวสู่วงการต่างๆ ทั้งเรื่องการสอบเข้าที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ก็มาจากความสามารถด้านการรำ ที่ร่ำเรียนมาถึง 16 ปีแล้ว
       
       “ตรีรำมาตั้งแต่เด็ก อนุบาล 2 ถึง มหาวิทยาลัยปี 2 น่ะค่ะ ก็16 ปีแล้ว เท่าที่จำได้แม่พาไปเรียนพิเศษที่โรงเรียน ไปจ้างครูสอนพิเศษเลยนะ มีเด็กหลายคนไปเรียน ไปๆมาๆ เหลือเราคนเดียว ครูเลยบอกแม่ว่าน้องชอบนะให้ส่งเสริม ก็เลยแนะนำให้ไปเรียนที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ ตรงรัชดาฯ เลยไปสมัครแล้วเรียนที่นั่นเรียนจนถึงปัจจุบัน แต่พอเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ค่อยได้ไปเรียนแล้ว เพราะว่างานหนัก ไปเรียนทุกวันเสาร์ เรียนจริงจังเลยค่ะ ท่ารำ คือรำได้ทุกเพลงนะคะ รำได้ ไม่รู้ว่ารำสวยมั้ย ที่ไม่ค่อยถนัดคือภาคอีสานเพราะว่าภาคอีสานต้องส่ายก้นตรีส่ายกันไม่เก่ง รำแล้วไม่ค่อยเหมือนคนอื่นเขา ส่วนเรื่องเต้นถ้ามีคนสอนก็เต้นได้นะ”
       
       ความภาคภูมิใจของการรำ คือการได้ไปโชว์ยังต่างประเทศมากมาย ให้ชาวต่างชาติได้ภาคภูมิใจกับประเทศไทยของเธอ
       
       “ครั้งแรกที่ไปต่างประเทศคือไปญี่ปุ่นเป็นยุวทูตของกรุงเทพมหานคร รุ่นที่ 9 ไปจีน รัสเซีย อิตาลี เกาหลีมาเลเซีย ไป10 กว่าประเทศนะค่ะ ไปทัวร์รำเฟสติวัลซึ่งทั่วโลกมารวมกัน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้เห็นวัฒนธรรมของหลายประเทศ หนูภูมิใจมาก งานของในหลวงทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ตอนนั้นอยู่รัสเซียไม่ได้ฉลองที่เมืองไทย เราก็ไปเดินถือป้ายคนต่างชาติก็ยินดีกับเรา เขายืนตบมือ เราดีใจ เราคนไทยน่ะ เขาชอบประเทศไทยได้เห็นถึงความจงรักภักดี แล้วเขาชอบเครื่องประดับเราเป็นทองคำด้วยค่ะ แต่ตอนใส่ไปเป็นของปลอมนะ เพราะว่าไปแค่โชว์ (ยิ้ม)”
       
       “มีคนถามนะว่ารำสนุกตรงไหน ตอบไม่ถูกต้องมาเรียน มาลองแล้วจะรู้ว่ามันสนุก อย่างหนังเรื่องคนโขนที่ตรีกำลังถ่ายอยู่ ในเรื่องนางเอกต้องรำได้ ในอดีตเป็นนางเอกลิเก ร้องลิเกเพิ่ม รำไม่ห่วงเลยสบายมาก เรียนรำมีความสุข สนุกนะ ชอบมาก ดัดนิ้วทุกวันดัดแขนขา ตั้งแต่เด็กน่ะค่ะ”
       
       4.
       “เรียน” ตั้งใจ แต่ไม่เก่ง (มาก)

       
       อายุแค่ 21 เจ้าตัวบอกนิสัยหลงๆลืมๆเป็นข้อเสียมากทีเดียว หากแต่เรื่องเรียนเจ้าตัวบอกว่ามีความตั้งใจและบอกกับตัวเองเสมอว่าห้ามต่ำกว่า 3 และยอมรับไม่ใช่คนเรียนเก่ง และไม่ได้กดดันเพราะอยู่จุฬาฯ แต่เพราะไม่อยากละเลยกับหน้าที่ที่ครอบครัวคาดหวัง
       
       “ตรีเป็นคนขี้ลืม ชอบอัลไซเมอร์ (ยิ้ม) ทุกอย่างต้องจด ชอบลืม เมื่อเช้ากินอะไรมาก็ลืมแล้วนึกไม่ออก แต่การเรียนก็จำไม่ค่อยได้เกรดไม่ต่ำกว่า 3 ตั้งเองเทอมที่แล้วคาบเส้นเลย3.0 เทอมแรก 3.3 ตอนแรกก็ว่ากลัวเราเรียนไม่ทัน บ้านตรีไม่กดดันเรื่องนี้ ตามใจและไม่บังคับ เขาปล่อย แต่ตอนเข้ามาในวงการบันเทิงแรกๆก็จะมีบ่นบ้างว่าไปอีกแล้วหรือ กลัวเรียนไม่ทัน ตั้งแต่เรียนมาก็พยายามให้เรียนดีๆมาตลอด ตอน ม.ปลายไม่เคยต่ำกว่า3.2 นะ ตรีทำงานก็รับผิดชอบเรื่องงาน แต่ไม่ใช่คนเรียนเก่ง ไม่ได้เลิศเลอ”
       
       “เรียนรำเรื่องทฤษฎีก็ยากนะคะ เพราะมันเรียนลึกมากเลย เทคนิคการจำ ก็ถ้าสมมติจำตัวอักษรย่อข้างหน้า สมมติอย่างเป็นประเทศเรียงมาเราก็จดข้างหน้า ไม่ได้จำยาวหรอก จำคีย์เวิร์ดเอา ตรีไม่ชอบอ่านหนังสือเยอะๆ อ่านแล้วโน้ตมาเป็นของตัวเอง แล้วเราก็จำของเรา ย่อออกมา เพราะประวัติมันเยอะ”
       
       “พอบอกอยู่จุฬาฯทุกคนบอกเก่งจังเลย เราบอกไม่หรอก เขาก็บอกถ่อมตัว แต่บอกเลยว่าไม่ได้เก่งมากหรอกค่ะ แต่เอาตัวรอดได้ คนเก่งจริง4.0 เยอะแยะเลย ไม่ตก ไม่ต่ำกว่า 3 ตรีพอใจแล้ว แต่เวลาทำงานเหนื่อยมันมีบ้าง เมื่อเทอมที่แล้วเลิกเรียนปุ๊บไปอัดรายการสด ทุกวันจันทร์ถึงเสาร์ทุกวัน ช่อง ดาราแชนแนลทำกับแม่นก จันทนา ศิริผล ไปไหนไม่ได้เลย ทุกวันจัดสด ไม่มีเวลาส่วนตัวเลยว่าง่ายๆ เพื่อนไปนั่นนี่ ไปไม่ได้ เรามีงาน เราต้องรับผิดชอบงาน แต่ถ้ามีงานของมหาวิทยาลัยก็ลานะคะ ทางนั้นใจดีให้ลา ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้วก็โอเคขึ้นแล้ว ”
       
       5.
       โรงเรียนสอนรำ อนาคตที่วาดฝัน

       
       แน่นอนว่าความฝันของนางรำตาโตคนนี้ไม่ใช่การเป็นดาราโด่งดัง หากแต่เป็นการได้เปิดโรงเรียนสอนรำของตัวเอง ก็ป็นที่พอใจแล้ว และเร็วๆนี้ เธอกำลังจะเป็นอาจารย์สอนรำไทยให้แก่ลูกศิษย์ของเธอ
       
       “อยากเปิดโรงเรียนสอนรำ นี่ตรีก็กำลังจะสอนเด็กตรงโลตัสพลัสนะค่ะ แถวเทพารักษ์ มันมีสถาบันเยอะแยะ เจ้าของเป็นนายกสมาคมโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ตรีจบที่นั่นเขาก็รู้ว่าเรามีกิจกรรมตรงนี้มาตลอด เขาเลยจะเอาเราไปสอน อาทิตย์ละครั้ง เขากำลังเปิด แต่ตรีเองก็ไม่ได้เก่งมากนะคะ คือฝีมือไม่เท่าเด็กนาฏศิลป์ที่เขาเรียนสายตรงมา สู้ไม่ได้”
       
       6.
       เหตุเกิดเพราะความหน้าเด็ก

       
       ตรีเล่าว่าความหน้าเด็กของตัวเองมีทั้งเรื่องสนุกสนานและความฮาอยู่บ่อยๆ เธอเล่าว่าตำรวจแถวบ้านชอบคิดว่าเธออายุไม่ถึง ชอบเรียกดูใบขับขี่เป็นประจำ และเมอื่ได้เล่นหนัง เล่นละคร ก็จะได้รับบทน้อยกว่าอายุหลายปี
       
       “ปีนี้ 21เต็มค่ะ มีคนทักว่า 16-17 โกงอายุบ่อย (หัวเราะ) เขาดูบัตรประชาชนเกิด 2532 ตอนนั้นอยู่ปี 1 ได้เล่นละครของช่อง 7 เป็นเด็กม. 4 ของพี่พจน์ก็ ม.5-ม.6 โกงได้หลายปี ตัวเล็ก แล้วเตี้ยเลยได้เล่นบทเด็ก (ยิ้ม) ส่วนตำรวจแถวบ้านก็ชอบเรียกตรีประจำ มาดูใบขับขี่บ้าง อะไรบ้าง ก็ตลกดีค่ะ”
       
       ส่วนการดูแลตัวเองให้สดใส แม้ว่าต้องใช้ร่างกายและใบหน้าเนื่องจากกิจกรรมส่วนใหญ่คือการรำแล้ว เจ้าตัวบอกว่าวิธีการดูแลตัวเองแทบไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ต่อจากนี้จะใส่ใจมากขึ้น ส่วนอวัยวะสำคัญอย่างดวงตา เจ้าตัวยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า เนื่องด้วยต้องใช้ใบหน้า และมีดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญในการมองเห็น เครื่องสำอางที่เลือกใช้ จึงอาจมีราคาแพงและใช้ของดี
       
       “เรื่องดูแลตัวเองไม่เท่าไหร่เลย มีอารมณ์อยากทาครีมก็ทาเหมือนกันนะ ช่วงนี้ดำก็ทาครีมบ้างไม่ได้ทาทุกวัน แต่งตัวดูแลตัวเอง เลือกเอง แต่ก่อนชุดนักเรียนแม่ตัดให้แม่เป็นช่างตัดเสื้อ ตั้งแต่ ม. 1 ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าเลย ชุดนักเรียนแม่ตัดหมด ไม่เคยซื้อ สวยด้วย ผ้าขาวเพราะตัดใหม่ทุกปี แล้วปีนี้จะหันมาออกกำลังกายค่ะ เริ่มอ้วนแล้ว”
       

       7.
       เป็นวัยรุ่นแต่ไม่วุ่นอบายมุข
 
       
       ถามถึงชีวิตวัยรุ่นปกติทั่วไป ตรีเล่าให้ฟังว่าด้วยเรื่องเรียน งานในวงการบันเทิงที่เริ่มทยอยเข้ามา ทำให้ชีวิตวัยรุ่นมีแต่งาน การจะได้ออกเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนก็นับครั้งได้ บวกกับเป็นคนติดครอบครัว ส่วนเรื่องเทคโนโลยี อย่าง “บีบี” โทรศัพท์แบล็กเบอรี่ เจ้าตัวบอกมีกับเขาเหมือนกัน แต่ไม่ได้เล่นพร่ำเพรื่อ และอบายมุขต่างๆสำหรับชีวิตเธอไม่มีโอกาสได้แผ้วพานแน่นอน
       
       “การมาอยู่ในวงการสำหรับตรีไม่ได้อะไรมากนะคะ ไม่ต้องปรับตัวอะไรกันเยอะแยะ เพราะเราก็เป็นเรา เรื่องข่าวก็ไม่กังวลเท่าไหร่ ถ้าถามอะไรมา เราก็คงตอบไปแบบนั้น ตรีไม่ใช่คนโกหก หรือแอ๊บแบ๊ว มีอะไรก็พูดตรงๆเลยนิสัยแบบนี้ เรื่องข่าวไม่ได้เตรียมใจไว้เลยค่ะ เพราะตรีคิดว่าไม่น่ามีอะไรเสียหาย ถ้าจะเป็นข่าวเรื่องยาเสพติด ยิ่งไม่ชอบเลย ไม่มีทางแน่นอน คนในสังคมยิ่งไม่รับอยู่แล้วเรื่องแบบนี้ ตรีไม่ทำแน่นอน”
       
       “เล่นบีบี ไม่ติดมากนะคะ ก็เล่นบ้าง บางวันไม่มีคนทักเลยนะ เพื่อนลืม เราก็ทักไปบ้าง ถ้าสมมติว่าบางทีมีงานบีบีมาบอก ไม่โทร พกทุกวันแต่ไม่ได้เอาขึ้นมาเล่นตลอด วางไว้เสร็จงานก็มาดูว่ามีอะไรมั้ย ดูกาลเทศะน่ะค่ะ”
       
       
8.
       สวยแต่โสด

       
       อาจจะดูคำตอบเป็นดาราไปเสียหน่อย พอเราถามว่ามีหนุ่มในดวงใจแล้วหรือยัง ตรีบอกว่าตอบตามความเป็นจริงว่า โสด แถมไม่มีคนเข้ามาจีบตนด้วยซ้ำ
       
       “ไม่มีใครจีบเลยค่ะ อยู่มหาวิทยาลัยไม่มีใครยุ่งกับตรี เลยไม่รู้ทำไม (ยิ้ม) ตรีน่ากลัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตรีไม่แอ๊บเลยนะบอกตรงๆ ไม่รู้จะแอ๊บทำไม ตรีเรียนตรงตึกเขียวฝั่งอังรีดูนังต์ เรียนอย่างเดียวไม่ได้ไปไหนเลย ไม่มีงานก็กลับบ้าน เดินเล่นกับเพื่อน ไม่มีแฟนจริงๆถามเพื่อนตรีดูก็ได้ว่ามีมั้ย”
       พร้อมชี้ไปทางเพื่อน เพื่อนสาวหันมาตอบแทนก่อนจะตอบถึงสาเหตุของการไร้หนุ่มมาจีบเพราะ “สวยเกิน” ส่วนสเปกของสาวตรีคนนี้ เจ้าตัวขอแค่ไม่เจ้าชู้เท่านั้นเป็นพอ และหากขอได้ขอคนสูงกว่าตนเองก็จะดีมาก
       
       “อะไรก็ได้ขออย่าเจ้าชู้ มันเวียนหัว และขอสูงกว่าตรีนะ (หัวเราะ) ผิวแล้วแต่สะดวก ดำขาวได้หมด ขอให้นิสัยเข้ากันได้กับครอบครัวตรีเป็นพอ”
       
       “แม่” และครอบครัวที่แสนอบอุ่น
       
       “สุพรรณี ชาวราษฎร์” แม่ของตรี ต้องบอกว่าคอยดูแลเป็นดั่ง “เงา”ของลูกสาวคนสุดท้องอย่างตรี อีกทั้งเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดูแลลูก3 คน คือ เอก โท และตรี หลังจากที่สามีเสียชีวิตตั้งแต่ตรีอยู่ ป.3 แม่ยอมรับว่าความอบอุ่นภายในครอบครัวมีให้ลูกมาเสมอ ตั้งแต่สมัยสามียังมีชีวิต เรียกว่าห้างไหนเปิด ร้านไหนดัง ต้องพากันไปกินข้าว และมีวันของครอบครัวเสมอในแต่ละสัปดาห์
       
       แม่ :“ตอนเด็กเลี้ยงไม่ยาก อ้วน ป๊าเขาพาไปกินข้าวผัดอเมริกันทุกเย็นเลย เลิกเรียนอนุบาลก็มีคนไปรับตรีตลอด วันเสาร์วันอาทิตย์ ป๊าเขาจะมีวันหนึ่งเอาลูกไปเที่ยวห้าง ห้างไหนเปิดใหม่ก็พาไปกินห้างนั้น ป๊าเขาเป้นแบบนั้น กินข้าวนอกบ้านกัน มีวันครอบครัว ตรีติดพ่อแม่ตลอด อยู่บ้าน อบอุ่นมาก พี่ชายก็ไม่เกเร ไม่เที่ยว แต่ชอบแข่งรถ เขาชินไปไหนก็ไม่ไปได้กับพ่อแม่ เขาไม่ชอบให้ขึ้นรถเมล์”
       
       ตรี : “ตอนเช้าพี่ชายคนกลางมาส่ง เย็นพี่ชายคนโตมารับไม่เคยนั่งรถเมล์ เพิ่งเคยขึ้นรถเมล์ตอนปี 1 ซึ่ง สุดยอดนะ จากบ้านแถวบางนา กม.18 มาจุฬาฯ 1 ปีเต็มๆ บางทีนั่งแท็กซี่มาลงแล้วต่อรถตู้ ขึ้นรถไฟฟ้าที่อ่อนนุช ลงสยามฯแล้วนั่งรถเข้าจุฬาฯ มาเรียน 9 โมงเช้านะก็ต้องทัน ถึงประมาณ 08.30 น. หนึ่งปีเต็มๆแต่ ตอนนี้ขับรถเองแล้ว ขับไม่เร็วค่ะ นั่งหลายคนก็ขับเร็วไมได้ค่ะมันหลายชีวิต แต่ในที่ที่เร็วได้ตรีก็ขับเร็วนะ”
       
       แม่ : “แม่มารับช่วงอ่อนนุช กลับบ้าน บางทีแม่ก็มาเดินเล่นสยามฯเป็นเพื่อนลูกเรียนจบกลับบ้านพร้อมกัน”
       
       พอถามว่าหวงลูกสาวคนสวยคนนี้หรือไม่ ยังไม่ทันจบคำถามแม่สุพรรณีรีบตอบว่า… “หวง” แต่โดยส่วนตัวยอมรับว่าตรีเป็นเด็กดี และไม่ห่วงแม้ว่าในอนาคตลูกอาจต้องเจอเรื่องราวเข้ามาในชีวิตมากมาย แต่ตนก็พร้อมเคียงข้างและมั่นใจว่าลูกสามารถรับผิดชอบได้ดีในหน้าที่การงาน เรื่องเรียนและการวางตัว
       
       แม่ : “ถามว่าหวงมั้ย มันทั้งห่วงทั้งหวง แต่ในเรื่องการทำงานเขานี่ไม่ห่วงนะ รู้ว่าเขาทำได้ ตรีเขารู้ ส่วนเรื่องหนุ่มๆ ถ้าเป็นงานไม่ซีเรียส เราก็ไปกับเขาตลอด เขารู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร เขาต้องรักษาตัวเองตรงนี้ คิดว่าเขาเข้าใจได้นะเท่าที่เลี้ยงเขามา เที่ยวเขาก็ไม่เที่ยว เพราะเพื่อนเขาไม่เที่ยว”
       
       ตรี : “เพื่อนในกลุ่มไม่เที่ยวนะคะ ถ้าสมมติวันนั้นไปเที่ยวก็ไป 20 กว่าคนก็ไป เป็นกลุ่มนานๆจะไปเที่ยวกลางคืนสักที ปีละครั้งมั้งคะ”
       
       “ตรี” กับการเมืองไทย
       
       แน่นอนว่าสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังมาคุ ทำให้เราถามสาวน้อยแห่งรั้วจามจุรีคนนี้ ว่าเธอมีความคิดเห็นอย่างไรต่อสถานการณ์บ้านเมือง ตรีเผยว่าสำหรับเธอแล้วไม่มี “สี” แต่เผยว่าทุกอย่างอยู่ที่จิตสำนึก และอยากให้ทุกคน “รักในหลวง”
       
       “ติดตามการเมืองบ้างค่ะ แต่ถามว่าเบื่อมั้ย เบื่อค่ะ ในความคิดตรีหนูเฉยๆ ควรรักกันมั้ย (น้ำเสียงวิงวอน) รักในหลวงซิ วันนี้ในหลวงคงเครียดน่ะ ตรีคิดเอาเองนะ คุยกันมั้ยคะ มันต้องมีทางออกที่ดีที่สุดสักหนึ่งทาง คุยกันตกลงกัน ต้องมีทางออกที่ดี ต้องเห็นประโยชน์ของประเทศมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว แทนที่คนต่างชาติจะมาเที่ยว ก็ไม่มาแล้ว สงสารคนที่ติดอยู่กบัม็อบ ทำงานไม่ได้ มันกระทบ น่าสงสารนะคนที่เขาต้องหาเลี้ยง อยากให้จบ เมื่อก่อนประเทศไทยน่าอยู่มาก เมื่อ 3-4 ปีนี่มีแต่ม็อบ มันมีทุกฝั่งอยากให้ทุกคนรักในหลวง ไม่คิดถึงประโยชน์ของฝั่งไหนหันหน้าเข้าหากัน มันน่าจะสงบได้”
       
       “ตรีว่าการเมืองเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลที่จะเลือกฝั่งไหน เรื่องการเมืองมันนานาจิตตัง มันคุยกันไม่ได้ มันอยู่ที่จิตสำนึก พูดไปก็มาเกลียดอีก เราไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหนนะ ข่าวออกมาเราก็ฟังไปตามเนื้อผ้า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ อยากให้สงบ จะได้มีความสุขกันค่ะสงสารคนทำมาหากิน”
       
       ประวัติ
       
       ชื่อจริง นันทรัตน์ ชาวราษฎร์
       ชื่อเล่น ตรี
       เกิด 10 ก.ค. 2532
       พี่น้อง มี พี่ชาย 2 คน ชื่อ เอก โท และตรีเป็นคนสุดท้อง
       ความสามารถพิเศษ นาฎศิลป์,ดนตรีไทย (จะเข้),ลีลาศ
       การศึกษา จบระดับชั้น ม.6 จากโรงเรียนราชวินิต บางแก้ว ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกนาฏศิลป์ไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2
       ผลงาน มิสเฮลตี้ จากเวที มิสทีน ไทยแลนด์ 2005 ,ละครใจสู้มุ่งสู่ฝัน ของ บ.โชว์อิงฯ ช่อง 7 ,ภาพยนตร์แต๋วเตะตีนระเบิด ,กระสือฟัดปอบ ,มิวสิกวิดีโอของไอน้ำ เพลงสัญญาณไม่ดีหรือหัวใจมีปัญหา และ 1 2 3 4 5 I love you ของ The bottom blues ,กำลังมีหนังเรื่อง “คนโขน” ของ “ตั้ว ศรัณยู” รับบทนางเอก และ “เงา” เล่นกับ “บอย เอเอฟ” , พิธีกรรายการนัตตี้กู้ด ทางเนชั่นเน็ตเวิร์ค 21.00-22.00 น. ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี

  • Share/Bookmark

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Statcounter

Social Networks

Youtube Vimeo Flickr Picasa Reddit Subscribe via RSS

Facebook Google+ Delicious Twitter Pinterest Linkedin

Subscribe Letters

Scroll to Top
image