6 ข้อผิดพลาดที่สาว40+ มักหลงทำ/@Bitchy

6 ข้อผิดพลาดที่สาว40+ มักหลงทำ/@Bitchy

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

By Lady Manager @Bitchy
       
       เพื่อนสาววัย 40 อัพหลายคนจำต้องซื้อแว่นตาสายตายาวเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง อะไรๆ ที่เคยดูฟิตเปรี๊ยะเริ่มหย่อนคล้อย หน้าท้องเป็นลอนเชียว ทั้งๆ ที่ตัดใจไม่กินข้าวเย็นแล้วนา จึงมีเพื่อนสาวใหญ่จำนวนไม่น้อยลงทุนฉีดโบท็อกซ์ แต่งหน้าแต่งตัวอินเทรนด์สุดฤทธิ์ ทว่าแทนที่จะดูดีสวยสมวัย กลับดูง๊องแง๊ง กลายเป็นตัวตลกไป

       การสนใจดูแลตัวเองเป็นสิ่งที่ผู้หญิงพึงกระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคน แต่ต้องไม่เยอะเกินไปค่ะ เราไปดูกันว่าสาวใหญ่หลงทางหลงความคิด ผิดพลาดในเรื่องอะไรบ้าง
       
       
ข้อแรก: ไม่ตระหนักว่าตนต้องเปลี่ยนแปลง
       
       
ยกให้เป็นข้อแรก เพราะประเด็นนี้หนักหนาสาหัสที่สุด คือ ไม่ทำอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นทรงผม เสื้อผ้า สไตล์การแต่งหน้า ฯลฯ เมื่อ 20 ปีก่อนเจ๊ไว้ผมทรงบ็อบ ป่านนี้ 40 ขวบเจ๊ก็ยังไม่ยอมเปิดหน้าผาก ถือโอกาชุลมุนปกปิดริ้วรอยบนหน้าผากและตีนกาซะงั้น
       
       
“ผู้หญิงมากมายที่เมื่อสิบๆ ปีที่แล้ว เสื้อผ้าหน้าผมยังไง ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่” Barbara Grufferman ผู้เขียนเรื่อง The Best of Everything After 50 วิจารณ์ว่าการยึดสไตล์เดิมเมื่อ 20 ปีก่อนไม่ได้ทำให้คุณๆ ที่อายุปาเข้าไป 40-50 ปีแล้วดูดีขึ้นหรอก
       
       
“ความผิดพลาดก็คือ พวกเธอไม่คิดว่าต้องเปลี่ยนแปลง”
       
       
แต่ถ้าคุณปรารถนาเป็นหญิงสูงวัยผู้สง่างาม คุณต้องเลิกแอ๊บ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงได้แล้วค่ะ
       
       
ข้อสอง: ไม่ลงทุนเรื่องเสื้อผ้า
       
       
ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงอะน่ะ โปรดปรานการจับจ่ายใช้สอยทุกคนแหล่ะ ยิ่งช้อปเสื้อผ้าด้วยแล้ว จะให้ขุดคุ้ยลุยกองเซลล์ทั้งวันก็ไม่บ่น แต่มักเลือกไม่เป็นค่ะ เน้นของถูกไว้ก่อน เรียกว่า ‘งก’ จนละเลยคุณภาพของเนื้อผ้าและฝีมือการตัดเย็บ
       
       
“เสื้อผ้าสำคัญที่แพทเทิร์น (Pattern) ตะเข็บ และคัตติ้ง (Cutting)คุณแต้ม-รุ่งนภา กิตติวัฒน์ อดีตนางแบบที่ผันตัวเป็น Personal Shopper กูรูด้านการแต่งตัว กล่าวไว้ในงานเวิร์กชอฟ Looking Good สวยสั่งได้ สไตล์คุณ
       
       
“เสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา เอ๊ะ! ทำไมมันแพง แต่เมื่อเราไปดูแพทเทิร์น ตะเข็บ คัตติ้ง มันได้ shape ได้รูป มันทำให้ใส่แล้วดูสวยขึ้น”
       
       
เธอไม่แนะให้คุณสาวใหญ่แข่งกันวิ่งตามแฟชั่น แต่งตัวเยอะเกิน แต่เชียร์ให้ลงทุนซื้อเสื้อผ้าฝีมือตัดเย็บเนี้ยบ ใส่แล้วดูโก้เก๋
       
       
“ตัวแต้มเองไม่ตามเทรนด์ทีเดียว ขอ ‘อิง’ แค่นั้นก็พอ เรา40 แล้ว จะไปอินเทรนด์อะไรกันมากมาย มีเรื่องต้องคิดต้องทำตั้งเยอะแยะ มาตามเทรนด์อยู่ได้ยังไง จริงๆ แล้ว เราอาจตามเทรนด์ด้วยสีด้วยสไตล์ หรือตอนนี้กำลังฮิตรองเท้าแบบ platform เราจะมาใส่แบบส้นเข็มตลอดเวลาไม่ได้ ก็ต้องมีบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ใช่ว่าต้องไล่ตามแฟชั่น เพราะตอนนี้แฟชั่น แบบเยอะมากเลย
       
       
พออายุ40 แล้วใส่ที่แบบเยอะ มันดูตลกมากกว่า ใส่เรียบๆ คลาสสิก นิ่งๆ ดูสวยกว่า โก้กว่า แต่ไม่ใช่ว่าใส่ให้ดูเป็นป้า”

นักร้องระดับโลก มาดอนนา หลงใหลเล่นโยคะถึงขั้นเป็นครูสอน แถมยังวิ่งและยกน้ำหนักเป็นประจำ มิน่าหุ่นชียังฟิตเปรี๊ยะทั้งที่อายุอานาม 53 ปีแล้ว

       ข้อสาม: ขี้เกียจออกกำลังกาย
       
       
สังเกต รูปร่างของสาว40+ จะเข้าคอนเซ็ปต์ อ้วน-บาน-ยาน-คล้อย ..ต้นแขนย้อย หน้าท้องหนาพุงหลามเชียว ปีกหลังห้อยเห็นชัดมากเวลาใส่เสื้อใน ยิ่งใส่เสื้อยืด เนื้อก็ปูดออกมา มิหนำซ้ำ นั่งหน่อยก็เห็นเป็นเสมือนใส่ห่วงยางรอบเอว น่าเกลียดที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากระบบเผาผลาญในร่างกายไม่ทรงประสิทธิภาพเหมือนสมัยวัยสาวน้อยซะแล้ว
       
       
ดังนั้นไม่ว่าคุณจะปวดหัว หัวเข่าเรื่มเสื่อม คุณก็ต้องออกกำลังกายค่ะ เพียงแค่เลือกชนิดกีฬาที่เหมาะสม อย่างปวดหัวพอไปเล่นโยคะสักชั่วโมง เลือดไหลเวียนสู่สมอง หายปวดหัวเลย รู้สึกสดชื่นมีพลังมากขึ้นด้วยซ้ำ วงเล็บสาวใดกำลังปวดหัวหรือมีโรคความดันสูง ไม่แนะนำเล่นโยคะร้อนนะคะ เข้าคลาสโยคะธรรมดานี่แหล่ะ เหงื่อออกสะใจ เล่นเสร็จรู้สึกกระปรี้กระเปร่าทันที หรือท่านใดเริ่มข้อเข่าเสื่อม แนะให้ไปว่ายน้ำค่ะ มวลของน้ำในสระช่วยพยุงร่างกายเรา เหมาะกับผู้เริ่มสูงวัยใกล้ห้าแยกเต็มที
       
       
คุณบุญเรือน บรรเทาวงษ์ ผู้จัดการยิมของ Phillip Wain กำชับผู้หญิงอายุ40+ ในเว็บไซต์ Women40 Plus ว่าต้องคำนึงถึงกล้ามเนื้อ กระดูก ปอดกับหัวใจ
       
       
“เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น มวลของกล้ามเนื้อจะลดลง เราจึงต้องทำให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (Resistant) เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงาน อย่าง การยกดัมเบล (Dumbbell) ส่วนกระดูกจะแข็งแรงได้นั้นต้องออกกำลังกายในแนวดิ่ง อย่าง การวิ่ง การเหยียบสเต็ป (Stepper) เพื่อไปกระตุ้นให้ข้อต่อต่างๆ ทำงานดีขึ้น เมื่อร่างกายรู้ว่าเราใช้อวัยวะส่วนนี้ ก็จะมีกระตุ้นด้วยการซึมซับแคลเซียม เพราะแคลเซียมจะเข้าทางข้อต่อ และข้อต่อก็จะดึงแคลเซียมจากอาหาร
       
       
และการออกกำลังที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การวิ่ง เต้นแอโรบิก (Aerobic) ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ฯลฯ ล้วนเป็นการออกกำลังปอดกับหัวใจ หัวใจกับปอดที่แข็งแรงจะสูบฉีดเลือดได้ดีกว่า (Cardio Training) เป็นการไปเพิ่มเส้นเลือดฝอยที่ปลายประสาท ลดความดันในเส้นเลือดใหญ่”
       
       
ทางที่ดีสุด สาวเราควรออกกำลังกายหลากหลาย หมุนเวียนกันไปค่ะ อย่าง เมื่อวานไปว่ายน้ำ วันนี้เล่นโยคะซะ มะรืนนี้ค่อยเข้าฟิตเนส จ้อกกิ้ง (Jogging) เหยียบสเต็ป ฝึกยกน้ำหนัก (Weight Training) ยกดัมเบล ฯลฯ นอกจากได้บริหารกระดูก กล้ามเนื้อ ปอดกับหัวใจแล้ว ยังไม่น่าเบื่อ คลายความเครียดโดยไม่รู้ตัว มีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น ..ลองดิ

       ข้อสี่: พึ่งศัลย์-ฉีดโบท็อกซ์ถ่ายเดียว
       
       
ระหว่างหางหงส์ที่ปลายตาและร่องลึกรอบขอบปากบนใบหน้าคุณ! ผู้ชายเขายินดีมองมากกว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยสารเคมีโบท็อกซ์ (Botox)
       
       
“ผมว่าดูบึ้งมากกว่าเด้ง ไร้ความรู้สึกมากๆ เหมือนเอาใบหน้าไปแช่แข็งมาเลย” หนุ่มใหญ่นายหนึ่งเม้าท์ให้ฟัง ซึ่งทางสสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) เคยเตือนผ่านบทความ “โบท็อกซ์สวยแต่เสี่ยง” ว่า
       
       
“คนที่ฉีดโบท็อกซ์บ่อยๆ จะเกิดผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึง คือ ใบหน้าคล้ายหน้ากาก กลายเป็นมนุษย์ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก คล้ายกับอาการที่พบในผู้ป่วยที่โดนพิษโบท็อกซ์ตามธรรมชาติ บางรายที่เป็นอัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้าบางส่วน เนื่องจากโบท็อกซ์อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่ายและได้มาก การควบคุมปริมาณของโบท็อกซ์ให้ถูกต้องเหมาะสม จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง”
       
       
จริงๆ แล้ว เพียงเลือกครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนประกอบช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น อย่าง เรตินอล (Retinol) หรือหากไม่ชอบใจ ก็เลือกผลิตภัณฑ์ที่ชูส่วนผสมอื่น ซึ่งไม่สามารถเนรมิตใบหน้าตึงเปรี๊ยะเหมือนฉีดโบท็อกซ์ ยังคงริ้วรอยบ้างนิดๆ แต่ให้ตายเหอะ มันก็ยังสวยเป็นธรรมชาติเป็นมนุษย์มากกว่าใบหน้าไร้ความรู้สึกเหมือนศพแช่แข็ง
       
       
“ไร้ริ้วรอยก็แลดูไม่เป็นธรรมชาติ” Grufferman พูดให้คิด

ถ้าไม่ใช่งาน นางแบบนักแสดง เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ชอบแต่งตัวเรียบง่าย แต่งหน้าบางๆ และรวบผมที่ยาวไว้ข้างหลัง..เป็นสาวใหญ่สวยสมวัย 50 ปี

       ข้อห้า: ใส่ใจฟัน ผม และชุดชั้นใน
       
       
ตามแรงโน้มถ่วงโลก หน้าอกคุณสาวใหญ่เริ่มยาน หน้าท้องเริ่มยื่น แก้มก้นก็เริ่มย้อย…
       
       
“ผู้หญิงจำนวนมากยังสวมใส่ชุดชั้นในขนาดเดิม แบรนด์เดิม” Grufferman สั่งผู้หญิงทุกคนหันมาตระหนักความเป็นจริงของเรือนร่างตนว่า “รูปร่างมันเปลี่ยนไปตามวัยที่มากขึ้น”
       
       
ฉะนั้นจะมัวใส่ First Bra เหมือนตอนหน้าอกขึ้นชูชันใหม่ๆ หรือกางเกงในทรงบิกินี่ไม่ได้แล้วจ้า ถึงเวลาแล้วล่ะ ที่คุณสาวใหญ่ต้องปกปิดพุงหน้าท้อง ด้วยการใส่ Stay (แผ่นรัดกระชับหน้าท้อง หรือกางเกงในกระชับหน้าท้อง) ซะ หากอึดอัดนักก็หากางเกงในเต็มตัว รอยข้อมันจะเป็นตัวพรางตัวช่วย หรือใส่ชุดชั้นในเต็มตัวไปเลย ช่วยเก็บเนื้อเก็บตัวให้ได้ เช่นเดียวกัน เสื้อในก็ต้องเลือกที่ยกกระชับ ประคองเต้ามิดชิดไม่พอ ต้องเก็บโกยเนื้อด้านข้างๆ ให้หมดด้วย โดยเลือกเนื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยมีคุณภาพ ยืดหยุ่นเยี่ยม แนบกระชับพอดีรูปร่าง
       
       
“ผู้หญิงที่เริ่มสูงวัยมักตัดผม ไว้ผมสั้น ซึ่งไม่จำเป็นเลย” Grufferman ไม่เห็นมีกฎข้อไหนที่บ่งชี้ว่าสาวสูงวัยต้องไว้ผมสั้น “..จะไว้ผมทรงอะไร ขึ้นอยู่กับรูปร่าง ความสูง และไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิต รวมทั้งสภาพเส้นผมของคุณ”
       
       
ข้อเท็จจริงคือ เมื่อตัวเลขอายุมากขึ้น ผมจะเริ่มหงอก บาง และหยาบกระด้าง หลังจากตัดผมเซ็ตทรงที่เหมาะกับตัวคุณแล้ว ก็หมั่นทำทรีตเมนต์บำรุง และเลือกทำสีผมซึ่งส่งเสริมบุคลิก ไม่ใช่สีแฟชั่นเลียนแบบดาราวัยรุ่นเกาหลี-ญี่ปุ่น ราวกับว่าตัวเองยังเยาว์วัยชิมิ
       
       
นอกจากต้องใส่ใจชุดชั้นในและทรงเส้นผมแล้ว คุณสาวใหญ่ต้องสนในเรื่องฟันด้วยค่ะ
       
       
เพราะคุณๆ คนกลัวแก่ มักไปโฟกัส ณ ผิวหนังเหี่ยวย่น ผมบาง ผมหงอก โดยหารู้ไม่ว่าฟันอันเหลืองอ๋อย ส่งผลให้ใบหน้าของคุณแลดู ‘แก่’ ขึ้นอีก และเหนืออื่นใด หากปล่อยปละละเลยสุขภาพฟัน มันจะส่งผลถึงสุขภาพโดยรวมด้วย อย่าง คนที่เป็นโรคเหงือกอักเสบบ่อยๆ นานๆ มีโอกาสเสี่ยงสูงว่าหัวใจจะมีปัญหาในไม่ช้า

       ข้อหก: ละเลยกิจกรรมทางเพศ
       
       
เข้าใจค่ะว่า ด้วยภาระหน้าที่และรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงทำให้สาวใหญ่หลายๆ คน หดความเชื่อมั่น พาลไม่อยากมีเซ็กซ์
       
       
“คุณควรมีความมั่นใจและรู้สึกอิสระที่จะมีเพศสัมพันธ์ตามความปรารถนาของคุณ” Grufferman พูดต่อด้วยซ้ำว่า ช่วงวัยที่มีเซ็กซ์ที่เยี่ยมที่สุดในชีวิตคือ อายุ 50 อัพ
       
       
“เพราะไม่ต้องมานั่งห่วงว่า จะตั้งท้องหรือไม่ สามารถมีความสุขสนุกสนานกับเซ็กซ์ได้อย่างเต็มที่”
       
       
ยิ่งกว่านั้น การร่วมรักกับคนรักอย่างสม่ำเสมอยังมีผลดีต่อสุขภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ติดหวัดง่ายๆ, บรรเทาอาการปวดหัว ปวดประจำเดือน ปวดข้อ ปวดเรื่องรังต่างๆ, ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ให้สูงขึ้นกว่าสาวๆ ที่ไม่ค่อยมีเซ็กซ์ หมายรวมถึง ผู้หญิงวัยทองซึ่งมีเซ็กซ์บ่อยๆ ประมาณเดือนละ 3 ครั้งหรือมากกว่า สามารถช่วยป้องกันภาวะช่องคลอดตีบและแห้ง ชีวิตมีความสุขขึ้น

  • Share/Bookmark